ไคราคุเอ็น(Kairaku-en)คืออะไร? เสน่ห์ของ 1 ใน 3 สวนญี่ปุ่นที่สวยที่สุดแห่งอิบารากิ
“ไคราคุเอ็น” ในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ(Ibaraki)เป็นที่รู้จักในฐานะ 1 ใน “3 สวนญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงที่สุด” เคียงคู่กับเค็นโรคุเอ็น(Kenroku-en)ในคานาซาวะและโคราคุเอ็น(Kōraku-en)ในโอคายามะ
สวนแห่งนี้เปิดในปี 1842(เท็นโป 13)โดยโทกุงาวะ นาริอากิ(Tokugawa Nariaki)ไดเมียวลำดับที่ 9 แห่งแคว้นมิโตะ และเป็นสถานที่ที่ผู้คนรักและมาเยือนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยเอโดะ
คำว่า “ไคราคุ” มาจากคัมภีร์จีนโบราณ “เมิ่งจื่อ” และสื่อความหมายว่า “ร่วมสุขกับประชาชน” จุดเด่นสำคัญคือสวนแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นสวนที่เปิดกว้าง ไม่ใช่แค่สำหรับเหล่าซามูไร แต่สำหรับคนทั่วไปด้วย
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประวัติ จุดเด่น ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยว และวิธีไปไคราคุเอ็น พร้อมข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอย่างละเอียด

วิธีไปไคราคุเอ็นและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวชม
วิธีการเดินทาง
ไคราคุเอ็นตั้งอยู่ในเขตเมืองของมิโตะ จังหวัดอิบารากิ และเดินทางจากเขตมหานครโตเกียวได้สะดวกมาก
- การเดินทางด้วยรถไฟ:จากสถานีโตเกียว นั่งรถด่วนพิเศษ JR สายโจบัง “ฮิตาจิ(Hitachi)” หรือ “โทคิวะ(Tokiwa)” ไปยังสถานีมิโตะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที
- จากประตูเหนือของสถานีมิโตะ นั่งรถบัสประมาณ 20 นาที ลงที่ป้าย “ไคราคุเอ็นมาเอะ” หรือ “โคบุนเทโอโมเตะมง”
- ในช่วงเทศกาลดอกบ๊วย อาจมีการเปิดสถานีชั่วคราว “สถานีไคราคุเอ็น(Kairaku-en Station)” บนสาย JR โจบัง และสามารถเดินจากชานชาลาขาลงไปถึงสวนได้ทันที
- การเดินทางด้วยรถยนต์:จากทางด่วนโจบัง ลงที่มิโตะ IC(Mito IC)แล้วขับต่อประมาณ 20 นาที
- บริเวณรอบไคราคุเอ็นมีลานจอดรถหลายแห่ง แต่ในช่วงเทศกาลดอกบ๊วยจะหนาแน่นมาก จึงแนะนำให้ใช้ขนส่งสาธารณะ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด
ไคราคุเอ็นเป็นสวนที่เที่ยวได้สวยงามตลอดทั้ง 4 ฤดู แต่ช่วงที่อยากแนะนำเป็นพิเศษคือ “เทศกาลดอกบ๊วยมิโตะ” ซึ่งโดยปกติจะจัดในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกปี
ในช่วงเทศกาล ดอกบ๊วยตั้งแต่พันธุ์บานเร็วไปจนถึงบานช้าจะทยอยออกดอกต่อเนื่อง ทำให้ทั้งสวนอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวาน
นอกจากนี้ ซากุระในฤดูใบไม้ผลิ(ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน)อาซาเลียช่วงต้นฤดูร้อน(ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม)และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง(กลางถึงปลายพฤศจิกายน)ก็สวยงามไม่แพ้กัน ทำให้เป็นสวนที่คุ้มค่าแก่การมาเยือนตลอดปี

5 ไฮไลต์ห้ามพลาดในไคราคุเอ็น
1. สวนบ๊วย
ถ้าพูดถึงสัญลักษณ์ของไคราคุเอ็น ก็ต้องนึกถึงสวนบ๊วย
เสน่ห์สำคัญคือสามารถเพลิดเพลินกับการชมดอกบ๊วยได้ยาวนาน เพราะมีทั้งพันธุ์บานเร็วและบานช้า
ดอกบ๊วยสีขาวและสีแดงแต่งแต้มทั่วสวนอย่างงดงาม โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่โดดเด่นด้านกลิ่น รูปทรง และสีสัน เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “6 ต้นบ๊วยชื่อดังแห่งมิโตะ”
ในช่วงเทศกาลดอกบ๊วย บางปีอาจมีการประดับไฟตอนกลางคืน ให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศโรแมนติกไปอีกแบบ
2. โคบุนเท(Kōbuntei)
“โคบุนเท” ภายในไคราคุเอ็นเป็นอาคารไม้ที่เชื่อกันว่าโทกุงาวะ นาริอากิมีส่วนร่วมในการออกแบบด้วยตนเอง
โคบุนเทเป็นอาคาร 3 ชั้นที่มีทิวทัศน์เป็นเอกลักษณ์ โดยจากชั้นบนสุด “ราคุจูโร(Rakujurō)” สามารถมองเห็นทั้งไคราคุเอ็น ตัวเมืองมิโตะ และทะเลสาบเซ็นบะได้อย่างสวยงาม
ภาพวาดบนบานเลื่อนในแต่ละห้องถ่ายทอดดอกไม้และนกประจำฤดูกาล ทำให้อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้สัมผัสทั้งวิวสวยและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 230 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้น 120 เยน
3. ทะเลสาบเซ็นบะ(Senba-ko)
ทะเลสาบเซ็นบะซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของไคราคุเอ็น เป็นทะเลสาบสวยงามที่มีเส้นรอบวงประมาณ 3 กิโลเมตร และล้อมรอบด้วยเขตเมือง
จากภายในสวนสามารถมองเห็นทะเลสาบและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามได้
ริมทะเลสาบมีทางเดินเล่นที่จัดไว้เป็นอย่างดี จึงคึกคักไปด้วยทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกาย
คุณยังอาจได้เห็นหงส์ขาวและหงส์ดำว่ายน้ำอยู่ เป็นพื้นที่ที่ธรรมชาติและเมืองอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว
4. ทางเดินผ่านป่าสนซีดาร์และป่าไผ่
นอกจากสวนบ๊วยแล้ว ไคราคุเอ็นยังมีทางเดินที่รายล้อมด้วยป่าสนซีดาร์และป่าไผ่โมโซะ ให้เดินเล่นได้ตลอดทั้งปี
มีเรื่องเล่าว่าโทกุงาวะ นาริอากิให้ความสำคัญกับแนวคิด “หยินและหยาง” จึงออกแบบสวนโดยเปรียบเทียบความสดใสของสวนบ๊วย(หยาง)กับความสงบของป่าสนและป่าไผ่(หยิน)
ทิวทัศน์สีเขียวสดของป่าไผ่ช่วยให้ผู้มาเยือนรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย
5. ดอกไม้และธรรมชาติทั้ง 4 ฤดู
ที่ไคราคุเอ็นไม่ได้มีเฉพาะดอกบ๊วยเท่านั้น แต่ยังมีโซเมอิโยชิโนะในโซนซากุระยามะ อาซาเลียและโดดันสึสึจิในต้นฤดูร้อน รวมถึงใบไม้เปลี่ยนสีในหุบเขาโมมิจิดานิช่วงฤดูใบไม้ร่วงให้ชมตามฤดูกาล
โดยเฉพาะที่โมมิจิดานิในฤดูใบไม้ร่วง บางปีจะมีการประดับไฟ ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามแตกต่างจากตอนกลางวัน

ที่เที่ยวใกล้ไคราคุเอ็น
1. โคโดคัง(Kōdōkan)
โคโดคังเป็นโรงเรียนประจำแคว้นมิโตะที่ก่อตั้งโดยโทกุงาวะ นาริอากิ เช่นเดียวกับไคราคุเอ็น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญของชาติ
ภายในพื้นที่มีการปลูกต้นบ๊วยไว้ และยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่จัดงานเทศกาลดอกบ๊วย
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 420 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้น 210 เยน
2. ซากปราสาทมิโตะ
ซากปราสาทมิโตะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไคราคุเอ็น เคยเป็นฐานที่มั่นของตระกูลมิโตะ โทกุงาวะ หนึ่งในตระกูลโทกุงาวะโกะซังเคะ
ประตูโอเทะมงที่บูรณะขึ้นใหม่เป็นจุดที่น่าชมมาก และเป็นสถานที่ที่คนชอบประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
3. พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดอิบารากิ
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดอิบารากิซึ่งอยู่ติดกับไคราคุเอ็น จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดอิบารากิ
ในฤดูใบไม้ร่วง แนวต้นแปะก๊วยจะเปลี่ยนเป็นสีทองสวยงาม ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยม

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเที่ยวไคราคุเอ็น
ค่าเข้าชมและเวลาเปิด
ค่าเข้าชมไคราคุเอ็นคือ ผู้ใหญ่ 320 เยน นักเรียนประถมและมัธยมต้น 160 เยน
ยกเว้นช่วงเทศกาลดอกบ๊วย มีระบบให้ชาวจังหวัดอิบารากิเข้าฟรี และก่อนเวลา 9:00 น. ก็สามารถเข้าชมได้ฟรีเช่นกัน(ทั้งสองกรณียกเว้นช่วงเทศกาลดอกบ๊วย)
เวลาเปิดสวนคือ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน 6:00〜19:00 และเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 7:00〜18:00
ในช่วงจัดงานอีเวนต์ เวลาเปิดอาจแตกต่างออกไป
การรองรับด้านภาษา
ภายในไคราคุเอ็นมีป้ายแนะนำและโบรชัวร์ภาษาอังกฤษ แต่หากใช้แอปแปลภาษาร่วมด้วยจะช่วยให้เที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้น
ข้อควรระวัง
- หลีกเลี่ยงความแออัด:โดยเฉพาะช่วงเทศกาลดอกบ๊วย จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในวันหยุดสุดสัปดาห์ จึงแนะนำให้มาแต่เช้าหลังสวนเปิดเวลา 6 โมง หรือเลือกมาในวันธรรมดา
- การแต่งกายและอุปกรณ์:ภายในสวนกว้างและเต็มไปด้วยธรรมชาติ ควรสวมรองเท้าและเสื้อผ้าที่เดินสะดวก ช่วงเทศกาลดอกบ๊วยในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมอากาศยังค่อนข้างหนาว จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวมาด้วย
- ร้านอาหารและของกิน:ภายในสวนและบริเวณรอบ ๆ มีคาเฟ่และร้านอาหารหลายแห่ง ทั้งร้านชาแบบญี่ปุ่นและร้านที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่น อย่าพลาดลอง “มิโตะนัตโตะ(Mito nattō)” และขนมญี่ปุ่นที่ทำจากบ๊วย
สรุป
ไคราคุเอ็นเป็นสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสทั้งความงามของสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลดอกบ๊วย ดอกบ๊วยจะบานสะพรั่งทั่วสวน พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่อบอวลไปทั้งบริเวณ
สวนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยโทกุงาวะ นาริอากิ ด้วยแนวคิด “ร่วมสุขกับประชาชน” จึงยังคงเป็นสถานที่ที่ได้รับความรักจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือน
หากคุณมีโอกาสมาเที่ยวจังหวัดอิบารากิ อย่าลืมแวะไคราคุเอ็น เพื่อสัมผัสทั้งธรรมชาติอันงดงามและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นด้วยตัวคุณเอง