เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น!

หมู่บ้านโทโนะฟุรุซาโตะ จังหวัดอิวาเตะ|สัมผัสวิถีชนบทญี่ปุ่นดั้งเดิมและตำนานพื้นบ้าน

หมู่บ้านโทโนะฟุรุซาโตะ จังหวัดอิวาเตะ|สัมผัสวิถีชนบทญี่ปุ่นดั้งเดิมและตำนานพื้นบ้าน
หมู่บ้านโทโนะฟุรุซาโตะในจังหวัดอิวาเตะเป็นสถานที่ที่จำลองหมู่บ้านเกษตรในหุบเขาสมัยก่อน มีบ้านโค้งมุงหลังคาฟาง น้ำหมุน และทุ่งนาให้ได้ชม บทความนี้แนะนำกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น งานหัตถกรรมพื้นบ้าน ทำอาหารท้องถิ่น ทดลองงานไร่ รวมถึงการฟังนิทานพื้นบ้าน เส้นทางเดินชมรอบหมู่บ้าน ช่วงเวลาที่น่าเที่ยว การเดินทางจากตัวเมืองโทโนะ และไอเดียเที่ยวต่อสถานที่ใกล้เคียง.

ไฮไลต์

สรุปเสน่ห์ในประโยคเดียว

หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ คือหมู่บ้านชนบทที่มีบ้านโบราณหลังคาฟาง ให้บรรยากาศเหมือนฉากในนิทานพื้นบ้าน และได้สัมผัสวัฒนธรรมชุมชนเกษตร

สรุปการเดินทาง

สถานีโมริโอกะ→นั่งสาย JR คามาอิชิไปสถานีโทโนะประมาณ 2 ชั่วโมง จากสถานีโทโนะต่อรถบัส/แท็กซี่ประมาณ 20 นาที (มีการแนะนำให้ใช้รถเช่าด้วย)

เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้า

เวลาเปิด-ปิด 9:00–17:00 (อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล) / ผู้ใหญ่ 550 เยน เด็ก 330 เยน

สัมผัสวิถีชีวิตในบ้านโบราณ

เข้าไปชมบ้านหลังคาฟางยุคเอโดะ–เมจิ พร้อมการจัดแสดงเตาอิโรริและครัว ทำให้เห็นวิถีชีวิตในอดีตได้ชัดเจน

ประสบการณ์แบบเมืองนิทาน

ในดินแดนที่ขึ้นชื่อจาก “โทโนะโมโนกาตาริ” บางช่วงอาจมีการเล่านิทานโดยนักเล่าเรื่อง และการแสดงระบำคางุระ

กิจกรรมให้ลองทำ

มีกิจกรรมงานฝีมือดั้งเดิม เช่น ปั้นเครื่องปั้นดินเผา ย้อมผ้า งานไม้ไผ่ รวมถึงประสบการณ์งานเกษตรตามฤดูกาลอย่างดำนาและเกี่ยวข้าว

วิวสี่ฤดูกาล

ฤดูใบไม้ผลิมีซากุระและดอกไม้ป่า ฤดูร้อนเขียวสด ฤดูใบไม้ร่วงใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวมีหิมะปกคลุม จนกลายเป็นทิวทัศน์ที่ถูกบรรยายว่าเหมือน “หมู่บ้านในหนังสือนิทาน”

ข้อมูลล่าสุดโปรดตรวจสอบจากประกาศอย่างเป็นทางการหรือยืนยัน ณ สถานที่จริง

หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ ฟุรุซาโตะมุระ(Tōno Furusato-mura) คืออะไร?

“หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ” ในเมืองโทโนะ จังหวัดอิวาเตะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และน่าสนใจ ซึ่งจำลองหมู่บ้านชนบทแบบดั้งเดิมของโทโนะเอาไว้

ที่นี่ตั้งอยู่ในเมืองโทโนะ เมืองที่ยังคงมีกลิ่นอายของนิทานพื้นบ้านและเรื่องเล่าญี่ปุ่นอย่างเข้มข้น ท่ามกลางธรรมชาติแบบซาโตยามะ(Satoyama)ที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีการย้ายมาปลูกสร้างและอนุรักษ์ “บ้านนัมบุมาการิยะ”(Nanbu Magariya) ซึ่งเป็นบ้านที่คนและม้าเคยอาศัยอยู่ร่วมกัน

“มาการิยะ” คือรูปแบบบ้านดั้งเดิมเฉพาะของจังหวัดอิวาเตะ ที่ตัวบ้านหลักและคอกม้าเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัว L ภายในหมู่บ้านมีบ้านนัมบุมาการิยะรวม 7 หลัง ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่กลางสมัยเอโดะจนถึงกลางสมัยเมจิ

ภายในหมู่บ้านที่ได้รับการจัดภูมิทัศน์ให้ชวนให้นึกถึงชนบทญี่ปุ่นช่วงต้นสมัยโชวะ มีทั้งบ้านหลังคามุงจาก นาข้าว ไร่นา กังหันน้ำ และธรรมชาติสวยงามโดยรอบที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว มอบประสบการณ์ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต

หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะไม่ได้มีดีแค่การเที่ยวชม แต่ยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเล่านิทานพื้นบ้านและการทดลองทำงานเกษตร จึงเป็นสถานที่ที่คนอยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นไม่ควรพลาด


วิธีไปและข้อมูลพื้นฐาน

วิธีการเดินทาง

การเดินทางไปหมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ สามารถนั่ง JR สายคามาอิชิจากสถานีโมริโอกะ(Morioka Station)ไปยังสถานีโทโนะ(Tōno Station) แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่จากสถานีโทโนะ

  • จากสถานีโมริโอกะ:นั่ง JR สายคามาอิชิประมาณ 2 ชั่วโมง ลงที่สถานีโทโนะ
  • จากสถานีโทโนะ:นั่งรถบัสประจำทางประมาณ 25 นาที ลงป้าย “ฟุรุซาโตะมุระ”(Furusato-mura) หากขับรถใช้เวลาประมาณ 20 นาที (ประมาณ 12 กม.)

จากทางด่วนคามาอิชิ ทางออกมิยาโมริ IC ขับรถประมาณ 30–40 นาที

แนะนำให้มาโดยรถเช่าด้วยเช่นกัน เพราะมีที่จอดรถฟรีรองรับรถยนต์นั่งประมาณ 100 คัน

เวลาทำการและค่าเข้าชม

  • เวลาทำการ:มีนาคม–พฤศจิกายน 9:00–17:00 (เข้าหมู่บ้านรอบสุดท้าย 16:00)/ธันวาคม–กุมภาพันธ์ 9:00–16:00 (เข้าหมู่บ้านรอบสุดท้าย 15:00)
  • ค่าเข้าชม:ผู้ใหญ่ 550 เยน นักเรียนประถม・มัธยมต้น・มัธยมปลาย 330 เยน

บางช่วงจะปิดทุกวันพุธ และมีวันปิดช่วงปีใหม่ด้วย

นอกจากนี้ยังมี “บัตรท่องเที่ยวรวมเมืองโทโนะ” ที่สามารถใช้ร่วมกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นในเมืองโทโนะได้ (สถานะการจำหน่ายอาจแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา)


จุดเด่นของหมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ

กลุ่มบ้านโบราณนัมบุมาการิยะ

ภายในหมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ มีการย้ายมาปลูกสร้างและอนุรักษ์บ้านมุงจากแบบมาการิยะที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางสมัยเอโดะจนถึงกลางสมัยเมจิ

มีทั้งบ้านของโชยะและบ้านที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมก่อนจะมีชั้นสอง แต่ละหลังมีลักษณะเฉพาะตัว และจำลองวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตได้อย่างสมจริง

เมื่อเข้าไปภายในบ้าน จะได้ชมการจัดแสดงเตาอิโรริและห้องครัวแบบดั้งเดิม อีกทั้ง “มาบุริตโตะ”(Maburitto) ผู้ดูแลในหมู่บ้านจะคอยเล่าเรื่องเก่าและภูมิปัญญาการใช้ชีวิตอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

บริเวณคอกสัตว์ของบ้านมาการิยะยังมีการเลี้ยงม้าและสัตว์อื่นๆ ทำให้สัมผัสได้อย่างใกล้ชิดถึงวัฒนธรรมการใช้ชีวิตร่วมกับม้าของชาวโทโนะ

โลกแห่งนิทานพื้นบ้านและเรื่องเล่าสืบทอด

เมืองโทโนะเป็นพื้นที่ที่มีนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่นหลงเหลืออยู่อย่างมาก ดังที่รู้จักกันจากหนังสือ ‘โทโนะโมโนกาตาริ’ ของยานางิตะ คุนิโอะ(Yanagita Kunio)

ภายในหมู่บ้าน อาจมีการแสดงเล่านิทานพื้นบ้านด้วยสำเนียงโทโนะโดยนักเล่าเรื่อง และบางโปรแกรมจำเป็นต้องจองล่วงหน้า

เมื่อเดินผ่านวิซิเตอร์เซ็นเตอร์เข้าไป จะพบ “ป่ามาโยอิงะ”(Mayoiga-no-Mori) ซึ่งให้คุณได้เดินเล่นพร้อมสัมผัสโลกอันลึกลับที่ปรากฏใน ‘โทโนะโมโนกาตาริ’

ทิวทัศน์ซาโตยามะอันงดงามท่ามกลางธรรมชาติ

อีกหนึ่งเสน่ห์ของหมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะคือสามารถเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามได้ตลอดทั้งสี่ฤดู

  • ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม):ดอกซากุระและดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง ท่ามกลางทิวทัศน์เขียวชอุ่ม
  • ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม):ต้นไม้เขียวสดและท้องฟ้าสีครามสวยงาม เหมาะกับการเดินเล่นท่ามกลางอากาศสดชื่น
  • ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน):ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามมาก และภาพตัดกันระหว่างหลังคามุงจากกับใบไม้แดงสดก็งดงามราวภาพวาด
  • ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม):บ้านมาการิยะที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะให้ความงามเงียบสงบราวกับโลกในหนังสือนิทาน


กิจกรรมสัมผัสประสบการณ์

สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม

ที่หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ มีโปรแกรมให้ลองสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นหลากหลายแบบ

คุณสามารถเรียนรู้วิถีชนบทได้อย่างลึกซึ้งผ่านกิจกรรมลงมือทำจริง เช่น ตำโมจิ ทำโซบะ ย้อมสีจากพืช สานเชือกฟาง และเผาถ่าน

เมนูกิจกรรมหลายรายการต้องจองล่วงหน้า จึงควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การได้สัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมท่ามกลางภาพชนบทญี่ปุ่นแท้ๆ จะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า

ประสบการณ์งานเกษตร

ตามฤดูกาล ยังสามารถร่วมกิจกรรมชนบท เช่น ดำนา เก็บเกี่ยวข้าว หรือจับปลายามาเมะด้วยมือได้อีกด้วย

การได้สัมผัสวัฒนธรรมชนบทของญี่ปุ่นเช่นนี้ จะทำให้คุณพบเสน่ห์เรียบง่ายที่หาไม่ได้จากในเมืองใหญ่


ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวหมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ

การแต่งกายและของที่ควรพก

หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบซาโตยามะ จึงแนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินง่ายและเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก

โดยเฉพาะในฤดูร้อน แสงแดดค่อนข้างแรง ควรพกหมวกและครีมกันแดด

ในฤดูหนาวมีหิมะตกและอุณหภูมิอาจต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวให้อบอุ่นและรองเท้ากันน้ำ

สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎ เช่น ใส่สายจูงตลอดเวลา

อาหารและของฝาก

ภายในหมู่บ้านมีสถานที่รับประทานอาหาร ที่คุณสามารถลิ้มลองอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบในพื้นที่

เมนูขึ้นชื่อของโทโนะอย่าง “ฮิตสึมิ”(Hittsumi) (ซุปแป้งท้องถิ่นคล้ายซุยตง) และจิงกิสข่าน เป็นของที่ควรลองอย่างยิ่ง

ที่มุมของฝากในวิซิเตอร์เซ็นเตอร์ สามารถเลือกซื้อของหัตถกรรมทำมือและสินค้าพิเศษของโทโนะได้

สรุป: สัมผัสภาพชนบทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะ

หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะในจังหวัดอิวาเตะ คือสถานที่พิเศษที่ให้คุณสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้ด้วยทุกประสาทสัมผัส ผ่านบ้านนัมบุมาการิยะ การเล่านิทานพื้นบ้าน และกิจกรรมชนบท

ท่ามกลางซาโตยามะที่ได้รับการดูแลอย่างดี คุณจะได้เพลิดเพลินกับปฏิสัมพันธ์อันอบอุ่นกับมาบุริตโตะและช่วงเวลาน่าประทับใจกับม้า

ด้วยเสน่ห์ที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่อยากกลับมาเยือนซ้ำอีกหลายครั้ง

ลองใช้ไกด์นี้เป็นตัวช่วย แล้วไปสร้างความทรงจำที่ไม่รู้ลืมที่หมู่บ้านพื้นบ้านโทโนะกัน

คำถามที่พบบ่อย

ตอบ โทโนะฟุรุซาโตะเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งในเมืองโทโนะ จังหวัดอิวาเตะ ที่ย้ายและอนุรักษ์ “นันบุมากะริยะ” (บ้านทรง L) ตั้งแต่ยุคเอโดะถึงเมจิ บ้านมากะริยะเป็นรูปแบบที่คนและม้าอาศัยอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคโทโฮคุ ที่นี่ให้สัมผัสโลกของตำนานพื้นบ้านโทโนะที่โด่งดังจากหนังสือ “Tōno Monogatari” ของยานางิตะ คุนิโอะ พร้อมบรรยากาศชนบทญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
ตอบ ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 550 เยน นักเรียนประถม-มัธยมปลาย 330 เยน เวลาเปิด-ปิด: มี.ค.–ต.ค. 9:00–17:00 (เข้าครั้งสุดท้าย 16:00) และ พ.ย.–ก.พ. 9:00–16:00 (เข้าครั้งสุดท้าย 15:00) ช่วงม.ค.–กลางมี.ค. ปิดทุกวันพุธ และปิดช่วงปีใหม่ (12/30–1/3) ภายในมีเวิร์กช็อปอย่างเผาถ่าน ย้อมสีจากพืช ทำงานฟาง เป็นต้น โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ราว 500–1,500 เยน) หากรวมกิจกรรมด้วยควรเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง
ตอบ จากสถานี JR โทโนะ ขับรถประมาณ 25 นาที หรือขึ้นรถบัส Iwate Kenkō Kōtsū ประมาณ 25 นาที ลงป้าย “ฟุรุซาโตะมูระ” รถบัสมีรอบไม่มาก จึงสะดวกถ้าใช้รถเช่า หน้าสถานีโทโนะมีจักรยานให้เช่า แต่ระยะทางถึงหมู่บ้านราว 12 กม. เหมาะกับคนที่ปั่นไกลไหว จากทางด่วนโทโฮคุ ลงทางออก Tōno IC แล้วขับต่อประมาณ 30 นาที
ตอบ มีกิจกรรมประสบการณ์ชีวิตชนบทตามฤดูกาล เช่น เผาถ่าน ย้อมสีจากพืช ทำงานฟาง งานไผ่ ตำโมจิ เป็นต้น กิจกรรมยอดนิยมคือ “เล่าเรื่องโดยคาตาริเบะ (นักเล่าเรื่อง)” รอบเตาอิโรริ เรื่องเล่าพื้นถิ่นโทโนะด้วยสำเนียงท้องถิ่น เช่น คัปปะ และซาชิกิวาราชิ ได้รับความนิยมจากผู้มาเยือนต่างชาติด้วย เมนูกิจกรรมเปลี่ยนตามฤดูกาล จึงควรตรวจสอบล่วงหน้าเพื่อวางแผนให้ราบรื่น
ตอบ “Tōno Monogatari” เป็นผลงานคลาสสิกของคติชนวิทยาญี่ปุ่น ตีพิมพ์ในปี 1910 โดยยานางิตะ คุนิโอะ บันทึกตำนานพื้นบ้านของโทโนะ เช่น คัปปะ ซาชิกิวาราชิ และเทพแห่งภูเขา โทโนะฟุรุซาโตะเป็นสถานที่ที่จำลองและอนุรักษ์ภูมิทัศน์ชนบทที่เป็นฉากหลังของเรื่องเล่าเหล่านี้ ภายในพื้นที่สามารถเดินชมบ้านมากะริยะและกังหันน้ำ พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตของยุคนั้นได้
ตอบ ช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายนเป็นฤดูเขียวสด เห็นบรรยากาศทำนาและหลังคามุงจากของบ้านมากะริยะสวยเป็นพิเศษ อากาศต้นฤดูร้อนสดชื่น ช่วงตุลาคมถึงพฤศจิกายน ใบไม้เปลี่ยนสีโอบล้อมหมู่บ้านให้บรรยากาศขรึมงาม และยังได้กลิ่นอายฤดูเก็บเกี่ยว ฤดูหนาวมีฉากหิมะกับควันจากเตาอิโรริลอยอ้อยอิ่ง ผู้มาเยือนน้อยกว่า ทำให้ดื่มด่ำโลกของตำนานได้อย่างเงียบสงบ
ตอบ ในเมืองโทโนะมีจุดน่าสนใจหลายแห่ง เช่น “คัปปะบุจิ” (ลำธารตำนานคัปปะหลังวัดโจเคนจิ) “สะพานมิยามโมริกาวะ” หรือ “สะพานแว่น” ที่เคยมีรถไฟ SL วิ่งผ่าน และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเด็นโชเอ็น ที่คัปปะบุจิสามารถซื้อ “ใบอนุญาตจับคัปปะ” ราคา 220 เยน แล้วลอง “ตกคัปปะ” ด้วยแตงกวา เป็นประสบการณ์สนุกแปลกใหม่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ชอบ
ตอบ ภายในมีร้านอาหารซึ่งมักเปิดให้บริการเป็นหลักในวันเสาร์-อาทิตย์ ใกล้จุดรับเข้ามีร้านขายของที่มีของว่างและสินค้าท้องถิ่น ในตัวเมืองโทโนะมีเมนูขึ้นชื่อคือ “จิงกิสข่าน” (ย่างเนื้อแกะ) โดย “Tōno Shokuniku Center” เป็นร้านดังของ “บะเค็ตสึจิงกิสข่าน” ราคาโดยประมาณราว 1,200 เยนต่อคน และนิยมทานคู่กับเบียร์ท้องถิ่นโทโนะ

จุดแนะนำใกล้เคียง

ดูบทความแนะนำในบริเวณนี้

※ เนื้อหาบทความอ้างอิงจากข้อมูล ณ เวลาที่เขียน และอาจแตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เราไม่รับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเนื้อหาที่เผยแพร่ โปรดเข้าใจ